ข้าพเจ้าเป็นคนชอบสะสมพจนานุกรม และเก็บไว้หลายประเภท พยายามซื้อให้ครบทุกเล่ม

 มีแม้แต่พจนานุกรมที่รวมคำด่า ของคุณ นพพร  สุวรรณพานิช  ปรมาจารย์ทางด้านภาษาที่ข้าพเจ้ายกย่อง

(แต่ตอนนี้ไปไหนแล้วไม่รู้) 

เมื่อวานลองค้นหนังสือเก่าดู  เจอเล่มหนึ่งซื้อมาเพราะลดราคา

เป็นพจนานุกรมว่าด้วย ขนมนมเนยและไอศกรีม

มีการอธิบายถึงอาหารประเภทต่างๆเป็นภาษาอังกฤษอย่างละเอียด

จะขอนำมาบอกเล่าสู่กันฟังนะคะ  ความรู้ที่ผู้อ่านได้นั้นเป็นเพราะคุณนพพร สุวรรณพานิช

ที่ท่านเพียรค้นคว้ามานั่นล่ะค่ะ

ไม่ใช่ตัวข้าพเจ้าแต่อย่างใด  เพราะตัวเองเป็นแค่คนส่งสาร นำเรื่องมาเล่าสู่กันฟังเท่านั้นค่ะ

แค่ได้อ่านคำนำก็ประทับใจมากแล้ว ด้วยภูมิรู้มากมายของคนเขียนที่ไม่ใช่รู้แค่ ภาษา แต่ยังสามารถบอกเล่าได้ถึงวัฒนธรรมความเป็นมาของขนมนมเนยประเภทต่างๆได้อย่างละเอียดลออน่าทึ่งจริงๆ

ไปลองซื้อหามาอ่านดูนะคะ

 

*****************************************************************************************

  

ท่านผู้เขียนเล่าว่าการทำพจนานุกรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ยิ่งทำพจนานุกรมเฉพาะทางยิ่งน่าสนใจมากขึ้นไปอีก 

เนื่องจากต้องถ่ายทอดภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งเพราะต้องหาคำศัพท์จากหลายๆแหล่ง

 

เช่น คำว่า ขนม ในภาษาไทย เมื่อแปลมาเป็นภาษาอังกฤษก็ต้องใช้คำหลายคำ เช่น sweets,  sweetmeat

(ไม่ใช่เนื้อหวานนะคะ)  candy,  confection, pastry, bread หรืออื่นๆอีกมากมาย

 

คำว่า sweet หรือ ของหวาน คือขนมที่เป็นชิ้นเป็นอัน เหมือนที่ฝรั่งเรียก tart หรือ apple pie หากเป็นถ้วยๆเรียกว่า  trifle หรือ pudding อาจจะเป็นน้ำตาลเคี่ยวปรุงให้มีกลิ่นและรสต่างๆกัน ดังนั้นคำว่า sweet จึงเป็นคำรวมใช้เรียกทั่วๆไป และ อาจเติม s เป็น sweets ใช้สำหรับของหวานหลังอาหาร

 

แต่หากว่าเป็นการเลี้ยงอาหารอย่างมีพิธีรีตรอง มีรายชื่ออาหารมักเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสจึงเรียกขนมว่า dessert ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า ดีเซิร์ต แต่ตัว s ออกเสียงเป็นตัว z ห้ามอ่านว่า เดซเซิร์ต เพราะหมายถึง ทะเลทราย  ในอังกฤษ dessert มักหมายถึง ผลไม้และลูกนัทที่กินหลังอาหาร แต่ในอเมริกาเรียกของหวานหลังอาหารว่า dessert แบบเดียวกับฝรั่งเศส  แม้แต่คำว่า candy ซึ่งแปลว่าของหวาน แต่ในอังกฤษหมายถึงน้ำตาลเคลือบแข็งจนเป็นเกล็ด หากพูดว่า candied จะแปลว่า เคี่ยว แต่ฝรั่งหมายถึงฉาบด้วยน้ำตาล เช่นเปลือกมะนาวแช่อิ่ม ฝรั่งก็เรียกว่า candied lemon peel (เปลือก)  สำหรับชาวอเมริกัน candy หมายถึงของหวานจำพวกน้ำตาลเคี่ยว มักทำเป็นตังเม มีกลิ่นรสต่างๆกัน  เดิมอังกฤษมักใช้คำว่า sweet แต่ต่อมาก็ชักเริ่มใช้แบบอมริกัน ก็เลยเรียกว่า candy ไปด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีคำว่า sweetmeat ไม่ได้แปลว่าเนื้อหวานแต่อย่างใด แต่หมายถึง ของหวานจำพวกน้ำตาลเคลือบหรือผลไม้ฉาบน้ำตาล คำว่า meatในที่นี้เป็นภาษาอังกฤษแบบเก่า  อีกความหมายหนึ่งแปลว่า อาหาร

 

และยังมีคำว่า confection แปลว่าของหวานได้เช่นกัน  แต่หากไปอังกฤษแล้วเห็นป้ายคำว่า confectionery แปลว่า ร้านขายขนม  ความจริงขนมขบเคี้ยวสามารถพูดได้หลายอย่าง เช่น bonbon หมายถึง น้ำตาลเคี่ยวหวานๆ  acid drops ลูกกวาดเปรี้ยว แล้วก็พวกยาอมที่มีรสชาติต่างๆ ฝรั่งจะเรียกยาพวกนี้ว่า  lozenge

 

ยังค่ะ ยังไม่หมด ยังมีขนมอื่นๆที่เราคุ้นเคยอีก เช่น cookies ที่คนอเมริกันจะเรียกขนมปังชนิดหวาน  แต่ถ้าไม่หวานและมักกินกับเนยแข็งเรียกว่า crackie แต่คนอเมริกันไม่เรียกขนมปังกรอบว่า biscuit  นอกจากนี้ยังมีพวกผลไม้ที่นำมากวนใส่น้ำตาล ใช้คำว่า preserve แม่บ้านฝรั่งนิยมทำแยม ขนมเหล่านี้มักใส่หีบเรียกว่า tuck box คำว่า tuck หมายถึง ขนมนมเนย ในอังกฤษ ร้านที่ตั้งชื่อว่า tuck shop ก็จะขายขนมนมเนย

 

นอกจากนี้ยังมี pie และ pudding เพราะถือว่าเป็นของหวานก็ได้ ของคาวก็ได้ บางทีเป็นแท่ง บางทีเป็นก้อน  pudding มักจะหมายถึงของกินที่ทำด้วยแป้งผสมกับผักหรือผลไม้หรือเนื้อสัตว์  นำไป นึ่ง ไปต้ม ไปอบ บางทีก็ออกมาในสภาพของเหลว หรือของนิ่มๆ

 

ส่วนของหวานไทยมีมากมายหลายชนิด จำนวนใกล้เคียงกับขนมหวานฝรั่งเศสเลยทีเดียว  จนบางคนคิดว่ามีมากที่สุดในโลก บางทีก็มี 2 ชื่อ หรือหลายชื่อก็มี ดังที่ฝรั่งเรียกกันว่า  namesake ในภาษาอังกฤษ คำว่า namesake อาจะหมายถึง 2 อย่างแต่มีชื่อเดียวกัน บางทีมีชื่อโบราณ แต่ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นอีกชื่อหนึ่ง  เช่น ขนมรังไร หรือ ขนมเรไร  ขนมขี้หนูหรือขนมทราย  ข้าวต้มผัดหรือข้าวต้มมัด

 

สำหรับเมืองไทย ขนมบางชื่อมักเป็นศิริมงคลแก่งาน  ฝรั่งในยุคก่อนก็เหมือนกัน เช่น ชาวยิวมักจะตั้งชื่อขนมเพื่อระลึกถึงการต่อสู้กับธรรมชาติ แต่ส่วนใหญ่ชาวยิวมักจะตั้งชื่อขนมเพื่อระลึกถึงพระเจ้ามากกว่า ขนมไทยเห็นได้ชัดเจนเรื่องชื่อ เช่น ขนมชั้น เป็นขนมที่หมายถึงลำดับชั้นยศของยศฐาบรรดาศักดิ์  คนโบราณนิยมทำถึง 9 ชั้น เพราะถือเคล็ดของเสียงเลข 9 ว่าจะได้ก้าวหน้าในที่การงาน  ขนมถ้วยฟูกับขนมปุยฝ้าย ตามชื่อและรูปร่างบอกว่ามีความเฟื่องฟูอยู่ในตัว  ขนมเทียนหรือขนมนมสาวหมายถึงว่าจะสว่างไสวรุ่งโรจน์ในชีวิต  ขนมข้าวเหนียวแก้วหมายถึงความเหนียวแน่น เป็นปึกแผ่น ยิ่งขนมในตระกูลทอง ดังเช่น ทองเอก ฝอยทอง ทองหยิบ เชื่อว่าจะมีเงินทองไหลมาเทมาไม่รู้จบ  เม็ดขนุนก็ตีความว่า จะมีคนมาคอยสนับสนุนค้ำจุน ฝรั่งเรียกเคล็ดชนิดนี้ว่า  nominalism หมายถึง เอาชื่อของสิ่งใดก็ตามแล้วเอามความเชื่อทางภาษาเข้าไปเทียบและทำตามความเชื่อนั้นๆ

 

เอาล่ะ ถ้าจะเรียบเรียงตามที่ท่านผู้เขียนพูดมา มีอีกมาก  จะขอฝากคำศัพท์เกี่ยวกับขนมนมเนยที่น่ารู้ไว้ก่อนแล้วกันนะคะ

 กระชอน (ใช้กรองกะทิ)   -  strainer  

กระท้อน -   Saton 

กะทิ  -  coconut  milk 

กะทิสำเร็จรูป  - ready-made coconut milk

 หัวกะทิ pure coconut cream 

หางกะทิ -   thin coconut milk 

กระยาสารท -   Rice, bean, sesame, and sugar cooked into a sticky paste, usually eaten during festival

 กล้วยกวน banana conserve  

 กล้วยแขก -  Deep fried banana 

กล้วยแช่อิ่ม  - banana in heavy syrup 

กล้วยบวดชี banana in sweet coconut milk 

กล้วยฉาบ sweet banana crisp 

กล้วยเชื่อม banana in syrup 

กล้วยตาก  sun-dried banana

 กะหรี่ปั๊บใส้ถั่ว Curry puff with beans stuffing 

กาก (หลังจากคั้นน้ำหมดแล้ว) bagasse

 การกวน simmering and stirring 

 การเชื่อม sugar syrup 

การร่อนแป้ง sifting flour 

การหมัก fermentation 

ขนมกล้วย banana streamed pastry 

ขนมเข่ง basket-shaped Chinese pudding 

ขนมครก Mortar-toasted pastry 

ขนมจาก sticky rice with coconut in palm leaf 

ขนมจีน Thai vermicelli eaten with peppery curry 

ขนมชั้น layer pudding 

ซาลาเปาไส้หมู  Roasted pork buns 

ขนมตาล steamed  palm 

ขนมตุ้บตั้บ Chinese peanut candy 

ขนมถ้วย coconut cake 

ขนมถ้วยฟู Siamese cupcake 

--------------------------------------

 เรื่องขนมยังมีต่อนะคะ เดี๋ยวค่อยเขียนใหม่

Comment

Comment:

Tweet

#50 By เค้ก (223.204.179.197|223.204.179.197) on 2015-09-10 18:45

แม่มึงตาย.....

#49 By (203.172.248.97|203.172.248.97) on 2015-02-13 10:11

ควย

#48 By (203.172.248.97|203.172.248.97) on 2015-02-13 10:10

โห่ๆๆๆไม่มีคำอ่าน อ่ะ

#47 By (110.171.130.102|110.171.130.102) on 2014-02-17 17:30

เพิ่งจะเอาไปบอกต่อในเฟสนะคะ เพราะเห็นคนเขียน ฟักทองเชื่อมว่า Pumpkin connection แล้วทนไม่ได้

#46 By saraburi tintin (115.67.132.240) on 2013-09-28 01:39

ไม่มีที่ต้องการเลยอ่ะsad smile

#45 By ก้อย (1.0.190.6) on 2013-09-05 18:39

ขอบคุณที่มอบสิ่งดีๆและความรู้ให้มาคะ หนังสือเล่มที่ว่าไม่มีตีพิมพ์แล้ว ลองหาแล้วไม่พบ
ต้องขอบคุณจริงๆคะcry

#44 By PHU-PEE (192.168.2.109, 203.130.132.133) on 2013-08-29 14:20

question embarrassed big smile open-mounthed smile เก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#43 By youbfhg (223.206.150.92) on 2013-08-28 21:21

#42 By pattaramon (103.7.57.18|125.24.227.243) on 2013-03-25 09:04

ก้อดีน้ะค้ะ ใด้ความรู้เพิ่ม 'big smile

#41 By น่ารักอ้ะ ' (103.7.57.18|171.6.9.131) on 2012-12-28 23:14

#40 By ด.ญ.วรรณารัตน์ (103.7.57.18|115.67.101.111) on 2012-11-25 08:39

ขนมมีนิดเดียวเอง

#39 By 55 (119.42.96.176) on 2012-01-28 09:44

#38 By (91.212.226.143) on 2011-11-09 01:40

I took 1 st loan when I was not very old and that helped me very much. But, I require the car loan again.

#37 By home loans (91.212.226.143) on 2011-11-09 01:40

ขมเต้าทึง ผมควรใช้ศัพท์อะไรดีคับ ค้นหาแล้วไม่มี ขอบคุณมากคับ

#36 By Bob (110.49.233.216) on 2011-09-13 12:56

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#35 By rattana (58.9.136.248) on 2011-09-01 09:06

ทำให้รู้ชื่อขนมเป็นภาษาอังกฤษเยอะเลย
question open-mounthed smile

#34 By KITCAKE (49.230.140.188) on 2011-08-31 08:12

ขอบคุณนะค่ะ
กำลังตามหาขนมปุยฝ้ายภาษาอังกฤษ เขียนว่าอย่างไร อยู่ค่ะ

#33 By อาหารไทย (110.168.210.218) on 2011-06-13 22:46

#32 By FWEDWDW (182.93.187.65) on 2011-03-02 13:07

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile confused smile

#30 By ดิดิเเ (115.87.62.173) on 2010-11-28 19:31

cry wink

#29 By (202.143.179.21) on 2010-09-17 12:02

ดีดีconfused smile confused smile confused smile

#28 By ป่าน (119.31.121.90) on 2010-08-31 19:49

#27 By ป่า (119.31.121.90) on 2010-08-31 19:49

เพิ่มเติมหน่อยembarrassed

#26 By (58.137.115.214) on 2010-08-31 12:31

อร่อยกับขนมไทย
จากน้องเมย์
โงเรียน.....................5555555555big smile double wink cry question

#25 By (119.42.78.154) on 2010-08-21 13:56

ดี
มาก
ๆๆๆๆdouble wink

#24 By (119.42.78.154) on 2010-08-21 13:54

ดี
มาก
ๆๆๆๆdouble wink

#23 By (119.42.78.154) on 2010-08-21 13:54

ดี
มาก
ๆๆๆๆdouble wink

#22 By (119.42.78.154) on 2010-08-21 13:54

อ่านเเล้วหิว- -

#21 By asdf (124.122.193.187) on 2010-08-02 23:32

question question question

#20 By (118.172.246.5) on 2010-07-20 08:14

#19 By (118.172.246.5) on 2010-07-20 08:13

embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed

#18 By คนรู้จัก (118.172.246.5) on 2010-07-20 08:13

question embarrassed surprised smile

#17 By ้ด้ (118.172.246.5) on 2010-07-20 08:12

question embarrassed surprised smile

#16 By (111.84.37.30) on 2010-07-03 15:22

cry double wink wink surprised smile embarrassed question tongue angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile open-mounthed smile confused smile sad smile tongue tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry cry double wink wink embarrassed big smile big smile

#15 By (125.25.115.127) on 2010-06-24 09:32

big smile open-mounthed smile sad smile tongue confused smile confused smile

#14 By (125.25.115.127) on 2010-06-24 09:31

เเ

#13 By (125.25.115.127) on 2010-06-24 09:31

<a href="http://yjtghgsndffejru.com">gfhdaaysbuturpz</a> http://ukmavuprdaljkrz.com [url=http://zbddirhclvgzmds.com]lntxsrmutinvcfp[/url]

#12 By znzkwiykfk (94.102.52.87) on 2010-06-14 04:34

open-mounthed smile big smile big smile big smile big smile question embarrassed surprised smile wink cry

#11 By kjhuy (125.24.6.25) on 2010-06-08 17:20

D จังbig smile

#10 By 66!5 (113.53.126.25) on 2010-06-06 15:40

good information krub big smile

#9 By m (203.144.130.176) on 2010-04-27 14:53

great information kaopen-mounthed smile

#8 By kru koy (118.172.54.168) on 2010-04-04 21:25

มีความรู้ดีจังค่ะ

#7 By gowe on 2010-03-17 20:57

confused smile confused smile confused smile sad smile

#6 By (110.49.131.188) on 2010-01-27 18:27

confused smile confused smile confused smile sad smile

#5 By (110.49.131.188) on 2010-01-27 18:27

question ดป้าสรัยัรรquestion question question question question question

#4 By รัยรีย (125.27.144.237) on 2009-11-25 11:40

นพระตีเตะตก้เรกเพีรเคพำเพ

#3 By พ่ะนะน (125.27.144.237) on 2009-11-25 11:39

#2 By (125.27.244.39) on 2009-11-19 21:12

เป็นความรู้ที่ดีค่ะ

ยังไงมีเพิ่มเติมเด๋วมาติดตามนะค่ะ

#1 By Gclub Plaza (61.19.66.18) on 2009-09-15 14:09